top of page
E-mail: Leader.alchemist@outlook.com
Tel: 096-8953750
Line ID: @sales.alchemist

ข้อแตกต่างระหว่างตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติ (Auto Dry Desiccator) ชนิด Laboratory และ Commercial
ปัจจุบันตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติ (Auto Dry Desiccator) มีให้เลือกหลากหลายประเภท โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มได้แก่
-
Laboratory Auto Dry Desiccator
สำหรับงานห้องปฏิบัติการงานวิจัย งานควบคุมคุณภาพ หรืองานด้านเภสัชกรรม เป็นต้น -
Commercial Auto Dry Desiccator
สำหรับการจัดเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กล้อง เลนส์ แผงวงจร และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมทั่วไป
แม้ว่าทั้งสองประเภทจะมีหน้าที่หลักในการควบคุมความชื้น แต่แนวคิดการออกแบบและการใช้งานมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

หลักการทำงาน
-
Laboratory Auto Dry Desiccator เช่น แบรนด์ AS ONE ของประเทศญี่ปุ่น มีระบบดูดความชื้นอัตโนมัติให้เลือกทั้งแบบ Solid high polymer electrolyte membrane (เมมเบรนดึงประจุไฮโดรเจนไอออนจากความชื้นแล้วปล่อยออกนอกตู้), Adsorption dehumidification and regeneration cycle operation (ใช้สารดูดความชื้นและมีฮีทเตอร์ให้ความร้อนเพื่อไล่ความชื้นในสารดูดความชื้นแล้วสามารถกลับมาใช้ใหม่) และ ระบบ Peltier Module
-
Commercial Auto Dry Desiccator ใช้ระบบดูดความชื้นอัตโนมัติโดยอาศัยแผ่นโลหะผสมพิเศษในการดูดซับความชื้นเมื่อความชื้นลดลงถึงระดับที่ตั้งค่าไว้ ระบบจะคายความชื้นระบายออกสู่ภายนอกตู้โดยอัตโนมัติ
จะเห็นว่าระบบดูดความชื้นทั้ง Laboratory และ Commercial สามารถกำจัดความชื้นภายในตู้ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องอาศัยสารดูดความชื้นเช่น ซิลิกาเจล และเทคโนโลยีที่ควบคุมความชื้นในระดับต่ำได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วจะเป็นตู้ดูดความชื้นของ Laboratory นั่นคือระบบ Peltier module -
โดย Peltier Module มีหลักการทำงานคือ เมื่ออากาศชื้นภายในตู้ถูกดูดผ่าน Peltier Module ด้านหนึ่งของโมดูลจะเกิดความเย็น ทำให้ไอน้ำในอากาศควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำและถูกแยกออกจากระบบ ส่วนอากาศที่ผ่านการลดความชื้น แล้ว (อากาศแห้ง) จะถูกหมุนเวียนกลับเข้าสู่ภายในตู้ ส่งผลให้ความชื้นสัมพัทธ์ลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

กลไกการดูดและกำจัดความชื้นของตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติชนิด Laboratory
วัสดุโครงสร้างของตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติ
นอกจากระบบควบคุมความชื้นแล้ว “วัสดุโครงสร้างของตู้” ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานและความเหมาะสมกับงานของลูกค้า
โดยทั่วไปตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติแบบ Commercial มักผลิตจากเหล็กเคลือบสี และด้านหน้าเป็นกระจกใสเพื่อทำให้มองเห็นตัวอย่างในตู้ แม้ตู้จะมีระบบดูดความชื้นอัตโนมัติแต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องแสงสามารถส่องผ่านเข้าไปจากด้านหน้าตู้ได้ และเรื่องการเก็บตัวอย่าง แม้โครงสร้างเหล็กเคลือบสีสามารถจัดเก็บสารเคมีได้ทั่วไป แต่อาจไม่เหมาะกับการเก็บสารเคมีบางประเภท ซึ่งเมื่อใช้งานในระยะยาวอาจเกิดสนิมได้
สำหรับโครงสร้างตู้ที่ออกแบบมาเพื่องานห้องปฏิบัติการโดยเฉพาะ แบรนด์ AS ONE มีตัวเลือกวัสดุหลายประเภททั้งแบบเหล็กเคลือบสี และโครงพลาสติกเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างโครงตู้ที่ผลิตจากวัสดุพลาสติก

สำหรับโครงสร้างตู้ที่ออกแบบมาเพื่องานห้องปฏิบัติการโดยเฉพาะ แบรนด์ AS ONE มีตัวเลือกวัสดุหลายประเภททั้งแบบเหล็กเคลือบสี และโครงพลาสติกเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างโครงตู้ที่ผลิตจากวัสดุพลาสติก
1) PMMA (Acrylic) มีคุณสมบัติ
-
โปร่งใส มองเห็นตัวอย่างได้ทุกด้าน
-
ไม่เกิดสนิม
-
เหมาะสำหรับการจัดเก็บสารมาตรฐาน ตัวอย่างวิจัย และสารเคมีทั่วไป
2) PMMA พร้อมตัดแสง UV มีให้เลือกทั้ง
-
UV Cut 400 nm หรือต่ำกว่า
-
UV Cut 520 nm หรือ ต่ำกว่า
เหมาะสำหรับจัดเก็บตัวอย่าง เช่น
-
สารไวต่อแสง (Light-sensitive samples)
-
สารมาตรฐานอ้างอิง
-
วัตถุดิบทางเภสัชกรรม
-
ตัวอย่างทางชีววิทยา
ช่วยลดผลกระทบจากแสง UV และแสงที่มีพลังงานสูง ซึ่งอาจเร่งการเสื่อมสภาพของสารตัวอย่างได้


ดังนั้น ตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติ (Auto Dry Desiccator) แบบ Laboratory สามารถตอบโจทย์ในกลุ่มงานห้องปฏิบัติการได้มากกว่า นอกเหนือจากระบบดูดความชื้นที่มีประสิทธิภาพและความรวดเร็ว วัสดุโครงสร้างตัวตู้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากแสงยูวี และการกัดกร่อนของตัวอย่างในกลุ่มสารเคมีในระยะยาวอีกด้วย
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Link
บทความโดย: ปาลียา ศรีปัญญา
ตำแหน่ง: Assistant Product Marketing Manager
bottom of page
